คิดเลขก่อนส่งคำสั่งซื้อ
นักลงทุนจำนวนมากเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบค่าคอมมิชชัน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ คุณจะลงทุนเท่าไร บ่อยแค่ไหน และต้องการเงินคืนเมื่อไร หน้านี้จะช่วยคุณจัดลำดับความคิดก่อนตัดสินใจ
เริ่มจากจำนวนเงินที่คุณจะลงทุน
คำถามแรกที่ต้องถามตัวเองคือ คุณมีเงินเท่าไรที่จะนำมาลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ จำนวนเงินนี้จะกำหนดว่าค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของเงินลงทุนของคุณ หากคุณลงทุนจำนวนน้อย ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำอาจกินสัดส่วนที่สูงมาก ทำให้การลงทุนไม่คุ้มค่า
ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกโบรกเกอร์ คุณควรคำนวณว่าค่าธรรมเนียมขั้นต่ำของแต่ละโบรกเกอร์คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนที่คุณวางแผนไว้ หากสัดส่วนนี้สูงเกินไป คุณอาจต้องเพิ่มเงินลงทุนหรือหาทางเลือกอื่น
ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะกินเงินคุณเท่าไร
คำถามต่อมาคือ ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำของโบรกเกอร์ที่คุณสนใจจะคิดเป็นจำนวนเงินเท่าไรเมื่อเทียบกับเงินลงทุนของคุณ คุณสามารถคำนวณได้โดยนำค่าธรรมเนียมขั้นต่ำหารด้วยเงินลงทุนทั้งหมด แล้วคูณด้วยร้อยเพื่อให้ได้เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพว่าต้นทุนเริ่มต้นของคุณสูงแค่ไหน หากสัดส่วนนี้สูงเกินไป คุณอาจต้องพิจารณาโบรกเกอร์ที่มีขั้นต่ำต่ำกว่า หรือรอจนกว่าจะมีเงินลงทุนมากขึ้นเพื่อให้ค่าธรรมเนียมคิดเป็นสัดส่วนที่ยอมรับได้
ความถี่ในการซื้อขายสำคัญกว่าเรต
สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อขายบ่อยครั้ง ความถี่ในการซื้อขายมีผลต่อต้นทุนรวมมากกว่าอัตราค่าคอมมิชชันที่โฆษณา เพราะค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะถูกเรียกเก็บทุกครั้งที่มีคำสั่งซื้อหรือขาย หากคุณซื้อขายเดือนละหลายครั้ง ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะสะสมเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น แม้โบรกเกอร์ที่มีค่าคอมมิชชันตามเปอร์เซ็นต์ต่ำแต่มีขั้นต่ำสูง อาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายบ่อยครั้งด้วยจำนวนเงินน้อย ในทางกลับกัน โบรกเกอร์ที่มีขั้นต่ำต่ำอาจคุ้มค่ากว่าแม้จะมีค่าคอมมิชชันตามเปอร์เซ็นต์สูงกว่า
คุณต้องการเงินคืนเป็นบาทเมื่อไร
คำถามสำคัญอีกข้อคือ คุณวางแผนจะถือหุ้นนานแค่ไหน และต้องการแปลงเงินกลับเป็นบาทเมื่อไร หากคุณต้องการใช้เงินภายในระยะเวลาสั้นๆ เช่น ภายในหนึ่งปี ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจมีผลกระทบต่อผลตอบแทนของคุณอย่างมาก
การแปลงเงินกลับเป็นบาทเร็วเกินไปอาจทำให้คุณขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ในทางกลับกัน หากคุณถือหุ้นระยะยาวและไม่รีบใช้เงิน คุณอาจรอจังหวะที่อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าได้
ต้นทุนเล็กน้อยเมื่อทำซ้ำหลายครั้งไม่เล็กอีกต่อไป
ค่าธรรมเนียมที่ดูเหมือนเล็กน้อยเมื่อมองเป็นรายครั้งอาจกลายเป็นจำนวนมากเมื่อทำซ้ำหลายครั้ง ตัวอย่างเช่น ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่คิดเป็นหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนต่อครั้ง หากคุณซื้อขายเดือนละครั้งเป็นเวลาหนึ่งปี ค่าธรรมเนียมรวมจะคิดเป็นสิบสองเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนเริ่มต้น
นี่คือเหตุผลที่ความถี่ในการซื้อขายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา นักลงทุนที่ซื้อขายบ่อยครั้งควรให้ความสำคัญกับค่าธรรมเนียมขั้นต่ำมากกว่าอัตราค่าคอมมิชชันตามเปอร์เซ็นต์
ลำดับคำถามที่ถูกต้อง
ก่อนตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์และเริ่มลงทุน ควรตอบคำถามตามลำดับนี้: คุณมีเงินลงทุนเท่าไร ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำของโบรกเกอร์คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของเงินลงทุน คุณวางแผนจะซื้อขายบ่อยแค่ไหน และคุณต้องการเงินคืนเป็นบาทเมื่อไร คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินต้นทุนที่แท้จริงได้
การคิดเลขก่อนส่งคำสั่งซื้อจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความประหลาดใจในภายหลัง และทำให้การตัดสินใจของคุณอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบตัวเลขที่โฆษณา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
อ่านต่อ
คำถามเรื่องต้นทุนและการแลกเงิน
q
ทำไมฉันต้องคิดเลขก่อนเริ่มลงทุน
a
การคิดเลขก่อนเริ่มลงทุนช่วยให้คุณเข้าใจต้นทุนที่แท้จริงทั้งหมด รวมถึงค่าธรรมเนียมขั้นต่ำและความถี่ในการซื้อขาย ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณได้
q
ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำสำคัญแค่ไหน
a
ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำสำคัญมากสำหรับนักลงทุนรายย่อย เพราะมันอาจคิดเป็นสัดส่วนที่สูงของเงินลงทุน และถูกเรียกเก็บทุกครั้งที่ซื้อขาย ทำให้ต้นทุนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
q
ความถี่ในการซื้อขายมีผลอย่างไร
a
ยิ่งคุณซื้อขายบ่อยเท่าไร ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำก็จะถูกเรียกเก็บมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น แม้ค่าธรรมเนียมต่อครั้งจะดูเล็กน้อยก็ตาม
q
ฉันควรกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่
a
หากคุณต้องการแปลงเงินกลับเป็นบาทในระยะเวลาสั้นๆ อัตราแลกเปลี่ยนอาจมีผลกระทบอย่างมาก แต่หากคุณถือระยะยาวและไม่รีบใช้เงิน คุณอาจรอจังหวะที่ดีกว่าได้
q
อะไรคือคำถามที่สำคัญที่สุดก่อนเริ่มลงทุน
a
คำถามที่สำคัญที่สุดคือ คุณมีเงินลงทุนเท่าไร และค่าธรรมเนียมขั้นต่ำของโบรกเกอร์คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของเงินลงทุนนั้น เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าการลงทุนของคุณคุ้มค่าหรือไม่
ดูตัวเลขจริงจากทุกเจ้า
ตารางเปรียบเทียบด้านบนดึงข้อมูลจากแหล่งต้นทางทุกครั้งที่เปิดหน้าใหม่ ไม่มีการประมาณการ