ภาพรวม

ค่าใช้จ่ายทั้งรอบของการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ

9 นาที · คำนวณ 29 กันยายน 2026

การซื้อหุ้นสหรัฐฯ หนึ่งรอบประกอบด้วยหลายขั้นตอน แต่ละขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายของตัวเอง และค่าใช้จ่ายรวมอาจแตกต่างกันมากระหว่างโบรกเกอร์ ตารางด้านบนแสดงตัวเลขสดจากแต่ละเจ้า หน้านี้อธิบายว่าคอลัมน์แต่ละคอลัมน์หมายถึงอะไร และทำไมการขายถึงไม่ใช่แค่การซื้อซ้ำอีกครั้ง

ซื้อแล้วขาย ต้นทุนรวมทั้งสองขา

ตารางคิดจากรายการเดียวกัน ทั้งขาซื้อและขาขาย คอลัมน์สุดท้ายแปลงกลับเป็นเงินบาท

ช่องทางซื้อขายไป-กลับคิดเป็นเงินบาท
Dime!1.60 $1.63 $0.32%109 ฿
Liberator1.07 $1.10 $0.22%73 ฿
InnovestX5.34 $5.37 $1.07%359 ฿
KS Global Invest5.34 $5.37 $1.07%359 ฿
บัวหลวง Global Invest10.70 $10.73 $2.14%718 ฿
บัวหลวง Trade Master3.21 $3.24 $0.65%216 ฿

คอลัมน์ซื้อ: ค่าธรรมเนียมแรกที่จ่าย

คอลัมน์ซื้อแสดงค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นเมื่อคุณส่งคำสั่งซื้อหุ้นสหรัฐฯ ค่าธรรมเนียมนี้ประกอบด้วยค่าคอมมิชชันของโบรกเกอร์ และภาษีมูลค่าเพิ่มที่บวกเพิ่มตามที่โบรกเกอร์ระบุ ค่าคอมมิชชันอาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าคำสั่ง หรือคิดเป็นขั้นต่ำต่อคำสั่ง แล้วแต่โบรกเกอร์

สำหรับคำสั่งซื้อขนาดเล็ก ค่าคอมมิชชันขั้นต่ำมักเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเปอร์เซ็นต์ตามมูลค่า เพราะขั้นต่ำถูกออกแบบมาเพื่อให้โบรกเกอร์มีรายได้ขั้นต่ำต่อคำสั่ง ไม่ว่าคำสั่งจะเล็กแค่ไหนก็ตาม ดังนั้น หากคุณซื้อหุ้นมูลค่าไม่มาก ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะคิดเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับเงินลงทุน

คอลัมน์ขาย: ทำไมไม่เหมือนคอลัมน์ซื้อ

คอลัมน์ขายแสดงค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นเมื่อคุณขายหุ้นสหรัฐฯ ออกไป ค่าธรรมเนียมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการคัดลอกคอลัมน์ซื้อ เพราะมีองค์ประกอบเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นเฉพาะตอนขายเท่านั้น ได้แก่ ค่าธรรมเนียมกำกับดูแลของสหรัฐฯ ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บแทนหน่วยงานกำกับดูแล ค่าธรรมเนียมนี้มีสองส่วน: ส่วนหนึ่งคิดตามมูลค่าของหุ้นที่ขาย และอีกส่วนคิดต่อจำนวนหุ้นที่ขาย โดยมีเพดานสูงสุดต่อคำสั่ง

นอกจากนี้ ค่าคอมมิชชันขั้นต่ำยังถูกเรียกซ้ำอีกครั้งในการขาย แม้ว่าคุณจะขายหุ้นจำนวนเท่าเดิมที่ซื้อมา ก็ยังต้องจ่ายค่าคอมมิชชันขั้นต่ำเต็มจำนวนอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น ต้นทุนรวมของการซื้อขายหนึ่งรอบจึงเป็นผลรวมของค่าธรรมเนียมทั้งสองขา

คอลัมน์ถือครอง: ค่าใช้จ่ายระหว่างทาง

คอลัมน์ถือครองแสดงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่คุณถือหุ้นอยู่ ค่าใช้จ่ายนี้อาจรวมถึงค่าธรรมเนียมการดูแลรักษาบัญชี หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บเป็นรายเดือนหรือรายปี ไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์ที่จะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ บางแห่งไม่คิดค่าธรรมเนียมการถือครองเลย

สำหรับนักลงทุนระยะยาว ค่าใช้จ่ายในการถือครองอาจสะสมเป็นจำนวนมากเมื่อเวลาผ่านไป แม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยต่อเดือนก็ตาม ดังนั้นจึงควรนำมาพิจารณารวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อประเมินต้นทุนที่แท้จริงของการลงทุนระยะยาว

คอลัมน์เงินกลับบ้าน: ต้นทุนขากลับ

คอลัมน์เงินกลับบ้านแสดงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อคุณต้องการแปลงเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับเป็นบาทและโอนเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทย ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ และอัตราแลกเปลี่ยนที่โบรกเกอร์ใช้ในการแปลงสกุลเงิน

ปัญหาใหญ่คือไม่มีโบรกเกอร์ใดในตารางนี้เปิดเผยอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้จริง ทำให้ไม่สามารถคำนวณต้นทุนที่แท้จริงของการแปลงสกุลเงินได้ ค่าธรรมเนียมการโอนเงินอาจเป็นศูนย์หรือน้อยมาก แต่ส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนอาจสูงกว่าค่าธรรมเนียมที่โฆษณาไว้หลายเท่า

ทำไมค่าใช้จ่ายรวมจึงต่างกันหลายเท่า

ค่าใช้จ่ายรวมของการซื้อขายหนึ่งรอบแตกต่างกันอย่างมากระหว่างโบรกเกอร์ เนื่องจากองค์ประกอบแต่ละส่วนมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน บางโบรกเกอร์คิดค่าคอมมิชชันขั้นต่ำสูงแต่ไม่มีค่าธรรมเนียมการถือครอง บางโบรกเกอร์คิดค่าคอมมิชชันต่ำแต่มีค่าธรรมเนียมการโอนเงินกลับสูง

นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เปิดเผยยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ต้นทุนที่แท้จริงแตกต่างกันได้มาก โบรกเกอร์ที่โฆษณาว่าไม่มีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน อาจชดเชยด้วยการใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่แย่กว่า ทำให้ต้นทุนรวมสูงกว่าโบรกเกอร์ที่คิดค่าธรรมเนียมตรงไปตรงมาแต่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า

ตารางนี้บอกอะไรคุณได้บ้าง

ตารางนี้ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ จากไทย แต่คุณต้องเข้าใจข้อจำกัดของมันด้วย ตัวเลขที่แสดงเป็นตัวเลขที่โบรกเกอร์ประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจไม่รวมค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมด โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง

ดังนั้น ควรใช้ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเปรียบเทียบเบื้องต้น และตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมจากโบรกเกอร์แต่ละแห่งก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมการโอนเงินกลับ ซึ่งเป็นส่วนที่มักถูกมองข้าม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเรียกเก็บต่อคำสั่ง
ค่าธรรมเนียมขายสูงกว่าซื้อ
อัตราแลกเปลี่ยนไม่เปิดเผย
ค่าธรรมเนียมโอนแตกต่างกัน
ก่อนโอนเงินออก

คำถามเรื่องต้นทุนและการแลกเงิน

q

ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

a

ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำคือจำนวนเงินขั้นต่ำที่โบรกเกอร์เรียกเก็บต่อคำสั่งซื้อขาย หากค่าคอมมิชชันตามเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าคำสั่งน้อยกว่าขั้นต่ำ คุณจะต้องจ่ายขั้นต่ำแทน สำหรับคำสั่งซื้อขนาดเล็ก ขั้นต่ำนี้จะคิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับเงินลงทุน ทำให้ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

q

ค่าธรรมเนียมการขายต่างจากค่าธรรมเนียมการซื้ออย่างไร

a

ค่าธรรมเนียมการขายรวมค่าคอมมิชชันขั้นต่ำเหมือนการซื้อ แต่เพิ่มค่าธรรมเนียมกำกับดูแลของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บเฉพาะตอนขาย ค่าธรรมเนียมนี้มีสองส่วน: ส่วนหนึ่งคิดตามมูลค่าของหุ้นที่ขาย และอีกส่วนคิดต่อจำนวนหุ้น โดยมีเพดานสูงสุดต่อคำสั่ง ดังนั้น ต้นทุนการขายจึงสูงกว่าการซื้อเสมอ

q

ทำไมอัตราแลกเปลี่ยนถึงไม่เปิดเผย

a

ไม่มีโบรกเกอร์ใดในตารางนี้เปิดเผยอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แปลงเงินบาทเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกลับกัน พวกเขามักโฆษณาว่าไม่มีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน แต่ในความเป็นจริง พวกเขาทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างอัตราที่พวกเขาได้รับจากตลาดกับอัตราที่พวกเขาให้ลูกค้า ซึ่งส่วนต่างนี้ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

q

ฉันจะเปรียบเทียบโบรกเกอร์ได้อย่างไรถ้าข้อมูลไม่ครบ

a

คุณสามารถเปรียบเทียบได้จากค่าธรรมเนียมที่เปิดเผย เช่น ค่าคอมมิชชันขั้นต่ำและค่าธรรมเนียมการโอนเงิน แต่ต้องตระหนักว่าต้นทุนที่แท้จริงอาจสูงกว่านั้นเนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เปิดเผย วิธีที่ดีที่สุดคือทดลองทำรายการเล็กๆ แล้วตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้เทียบกับอัตราตลาดในขณะนั้น

q

ค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณอยู่ที่เท่าไร

a

ตารางนี้ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายแฝงจากอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกตัวเลขที่แน่นอนได้ อย่างไรก็ตาม จากค่าธรรมเนียมที่เปิดเผย ค่าใช้จ่ายรวมอาจอยู่ระหว่างเศษเสี้ยวของเปอร์เซ็นต์ไปจนถึงหลายเปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุน ขึ้นอยู่กับขนาดคำสั่งและโบรกเกอร์ที่เลือก

พร้อมหรือยัง

ดูตัวเลขจริงจากทุกเจ้า

ตารางเปรียบเทียบด้านบนดึงข้อมูลจากแหล่งต้นทางทุกครั้งที่เปิดหน้าใหม่ ไม่มีการประมาณการ